หุ้นแพงไปยังเค่อะ?

ช่วงนี้ ตุลา 2555 คนชอบมาขอความเห็นเจ๊ ว่า…

“หุ้นแพงไปยัง”

เจ๊ขอเปรียบเทียบดังนี้ค่ะ สมมุติเรามีลูกโป่ง ซึ่งเปรียบเทียบเป็นหุ้นตัวหนึ่ง และ อีลูกโป่งนี้มันอยู่ในกล่องซึ่งเจ๊ขอเปรียบเทียบเป็นระบบเศรษฐกิจ (ในมุม macro) หรือจะเป็น maximum ในพื้นฐานการเติบโตของหุ้นเทียบกับราคา (ในมุม micro ก็ได้)

อีลูกโป่งเนี่ย พอมันเกิดมาแล้วมันทำธุรกิจได้มากขึ้น เลิศขึ้น นักลงทุนเห็นดังนั้นก็จะเอาเงินมาใส่ อีตัวลูกโป่งก็จะพองขึ้นๆ ชิมิค่ะ พองจนมันไปแนบชิดกับอีกล่องที่คลุมมันอยู่ มันก็ไปไหนไม่ได้ นักลงทุนที่เห็นว่ามันเต็มที่แล้วก็จะขายหุ้นทิ้งไปทำอย่างอื่น ลูกโป่งก็จะเล็กลง อีแมงเม่าหลายตัวก็จะติดดอย

การที่มันเต็มกล่องแบบนี้ สามารถแก้ปัญหาได้คือ ปันผลเยอะๆๆๆๆ ไม่รู้จะขยายยังไง เงินกองไว้ไม่มีประโยชน์ หรืออีกวิธีคือการขยายกล่อง พอขยายกล่องได้ลูกโป่งข้างในก็จะโตขึ้นได้ เช่นการหาตลาดใหม่ ไม่ว่าขยายไปยังประเทศอื่น เพิ่มบริการใหม่ๆ ปรับโพรเสสลดต้นทุน ชิมิค่ะ อันนี้จริงๆแยก Type การจัดการได้ตามระบบ แต่เจ๊ขอข้ามหลักการบริหารไปก่อน เดี๋ยวจะยึดยาวสาวไส้ค่ะ

ที่นี้กลับมาสู่คำถามของพวกเราว่าหุ้นแพงไปแล้วยัง เจ๊ว่า พวกเธอสามารถดูได้ว่า โอกาสทางการขยายตลาดในเชิงแผน และ เชิงการปฏิบัติการเป็นอย่างไร ในเชิงแผนมันจะทำให้หุ้นขึ้นไปก่อนล่ะค่ะ เธอดูได้จากความเป็นไปได้ด้วยการวิเคราะห์ของพวกเธอ เช่น บริษัท ตอแหล จำกัด (หมาชน) ได้วางแผนขุดแร่ตุ๊ดซ่า ที่ดาวพลูโต เพื่อป้อนตลาดทรัพยากรตุ๊ดที่ขาดแคลน คือถ้าแผนนีิ้ฟังแล้วเป็นไปได้ ราคาหุ้นมันจะชี้นำไปก่อนค่ะ ถ้ามันทำได้ เกิดกำไร เดี๋ยวอีพวกที่มันมั่นใจช้าจะตามมาค่ะ

อีกสิ่งที่ดูได้ก็คือ นโยบายการอนุญาติต่างๆ ได้อำนวยให้กล่องมันขยายไหม อยู่ๆยุโรปออกมาตราการซื้อข้าวไทยแพงกว่ารัฐบาลรับจำนำ เดี๋ยวจะมีหุ้นตอบรับเต็มไปหมดเลยค่ะ อีกทั้งดูมาตราการภายในด้วยค่ะ เช่น แบงค์ชาติผ่อนปรนให้นำเงินออกไปลงทุนมากขึ้น อันนี้ก็เลิศดี แปลว่าเขาอนุญาติให้กล่องขยายแล้ว ธุรกิจเอาออกไปลงทุนได้ แต่ไปแล้วขาดทุนเปล่าก็ไปดูตอนปฏิบัติจริง

เม้าท์มอยมาซะเยอะ พวกเธอว่าหุ้นราคาสูงขึ้นเพราะอะไรค่ะ? เขามารอรองรับ AEC ภาษี 0%โอกาสทางธุรกิจ และการ remanagement business in Asian หรือเปล่า? หรือ ปั่นฟองสบู่เล่นๆโดยการ ใส่เงินเข้า ดูดเงินออก เท่านั้นค่ะ? พวกเธอว์ลองคิดดูนะค่ะ แอร้ยยย เจ๊ไม่รู้ เจ๊รู้ค่ะเจ๊มีคำตอบในใจ

Advertisements

Leave a comment

Filed under Uncategorized

โออิชิขวดแก้ว

เจ๊ก็ไม่ค่อยได้ update เท่าไหร่ บีซี่บ้างอะไรบ้าง แอบไปเห็นที่รักออกโฆษณาโออิชิชาเขียวขวดแก้วก็เห็นว่าน่าสนใจ มาลองดูว่าเป็นไงบ้าง หลายคนก็คงรู้จักชาเขียวโออิชิเป็นอย่างดีนะคะ เป็นแบรนด์ที่บุกเบิกชาเขียวในตลาดเมืองไทย แล้วธุรกิจก็มีการซื้อมาขายไป ทำแข่ง ออกซ้ำ ตีไปตีมาเป็นดราม่าเบาๆที่เจ๊คงไม่ลงรายละเอียดนะคะ

ทีนี้การแข่งขันเดิมเนี่ย ชาเขียวมันมีการแข่งกันในสมรภูมิขวดพลาสติกกันอยู่ ซึ่งสมรภูมินี้คือซื้อ กิน ทิ้งขวดนะคะ มันเลยจะวางกันได้ในทุกตลาดตั้งแต่ร้านสะดวกซื้อ โมเดิ้นเทรด แล้วก็มีร้านอาหารบ้างแต่เจ๊เห็นไม่เยอะเท่าอีร้านสะดวกซื้อ ทีนี้มันก็มีการเสนอสินค้าใหม่เป็นขวดแก้ว ว้ายยย ไม่เคยมีชาเขียวขวดแก้วมาก่อน แล้วพวกนี้จะอยู่ในร้านที่มันมีการรับส่งอยู่ตลอดเวลา ขวดแก้วเอามาส่งเอามาคืนได้ ไม่เหมือนขวดพลาสติก ถือไปเลยค่ะ จะเอาไปทีใดก็ได้ค่ะ มันก็เลยจะเป็นสินค้าที่อยู่ในหมวดของการให้บริการ เช่น ร้านอาหาร โรงแรม แต่คนก็เลยตื่นเต้นว่ามันจะไปสู้ โค๊ก แปปซี่ มิรินด้า แฟนต้า ได้หราาาา

เดี้ยนก็ขอมอง 2 ประเด็นนะค่ะ
1. ประเด็นการเงิน : เจ๊เองก็ไม่ทราบหรอกค่ะว่าขวดแก้วกับขวดพลาสติกอะไรต้นทุนสูงกว่ากัน เพราะไม่เคยมีผัวเป็นวิศวกรโรงงาน แต่สิ่งที่พอคาดเดาได้คือ การทำขวดแก้วมันจะกึ่งบังคับร้านค้าว่าต้องคืนขวด ไม่ต้องหาที่ทิ้ง เดี๋ยวบริษัทมารับเอง นั่นก็คือในเชิงการใช้ขวดแก้วจะ Turn การ Reuse ได้ ถ้าต้นทุนการผลิตเท่าพลาสติก แค่ Turn 1 ครั้งก็ Breakeven แล้วค่ะ อีกข้อดีหนึ่งก็คือ บริษัทที่ที่รักของเดี้ยนเป็นพรีเซนเตอร์ให้ เขามีการ Sync cost การขนส่งและการผลิตขวดได้ ต้นทุนก็ควรจะน้อยกว่าใครนะคะ เดี้ยนเห็นเลยว่า “ผ่านค่ะ” เลิศมาก

2. ประเด็นทางการตลาด : มีคนถามเยอะ จะสู้คนอื่นได้หรอ ใครจะสั่งชาเขียวขวดมากินในร้านอาหาร อันนี้เจ๊ก็งงๆกับเขาค่ะ ตกลงว่า Value ของสินค้ามันอยู่ที่ 1) เราจะกินชาเขียวหรือ 2) ชาเขียวมันติดภาพว่าห้ามเป็นขวดแก้ว ในมุมมองนักการตลาดมันปรับไม่ยากหรอกค่ะ เขาจะเริ่มจากการปรับภาพที่ออกมาจากสื่อโฆษณาก่อนให้คนมาสั่งชาขวดแก้วในร้านอาหาร แต่ถ้าหากคนมันติดภาพจริงๆว่า โออิชิห้ามเป็นขวดแก้ว เดี๋ยวนักการตลาดเขาก็จะปรับ attitute เทียบ brenchmark กับแบรนด์ที่มีอยู่แล้วขายได้ในท้องตลาดเช่นไอซ์ทีเองล่ะค่ะ เพราะฉะนั้น เดี้ยนว่าอย่าไปสนใจสาระพวกนี้ ถ้าจะทำให้มีคนกิน นักการตลาดเก่งๆเขาทำได้ค่เ ไม่ได้เดี๋ยวมัน Fail ไปเอง

แต่เจ๊ไปกิน โออิชิ ชาบูชิ ฟูจิ เซ็น ร้านอาหารญี่ปุ่น ก็เห็นดูดชาเขียวกับจ๊วบๆเต็มไปหมดอยู่แล้วค่ะ ประเด็นที่มันเป็นเรื่องกินชาเขียวในร้านอาหารไม่ได้ตัดทิ้งไปได้เลยค่ะ อย่างน้อยถ้ายังจับไปไม่ได้ทุกตลาด ในตลาดร้านอาหารญี่ปุ่น จีน เกาหลีก็น่าจะเป็น Study แรกๆที่ทำได้ค่ะ ส่วนจะไปในตลาดอื่นๆไหมก็อย่างที่บอกค่ะ เป็นโจทย์การปรับภาพของนักการตลาดเอง แต่คนไทยเก่งอยู่แล้วค่ะเรื่องการผสมผสาน สมัยพระนารายณ์ยังปรับอาหารโปรตุเกสมาเป็นอาหารไทยได้เลย

เอาล่ะค่ะ เจ๊ก็มีประเด็นประมาณนี้ สวยค๊าาา

Leave a comment

Filed under Uncategorized

แปลกไหม? จีนและไต้หวันร่วมต้านแย่งเกาะกับญี่ปุ่น

24 กันยา 2012

ปัญหาจีนกับญี่ปุ่นยังคารังคาซังอยู่เลยนะคะ ล่าสุดเห็นข่าวว่าเลื่อนฉลองครบรอบความสัมพันธ์ไปแล้ว แต่ที่น่าสังเกตกว่านั้นคือ อิประเทศไต้หวันออกมาด่าญี่ปุ่นร่วมกะจีนค่ะหล่อน แปลว่าไรค่ะ? มันไม่ตบกันแล้วหรอค่ะ ออกมาด่าญี่ปุ่นร่วมกัน

อันที่จริง เจ๊เคยนั่งอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับการเมือง เขาบอกว่าชาติไหนพอคนของเขาทะเลาะกัน หรืออยากจะรวมกลุ่มเผ่าพันธุ์กันก็จะใช้สงครามมาทำให้คนรักกัน ฉะนั้นต้องสร้างศัตรูของชาติค่ะ ดั่งเช่นปรัสเซียที่ก่อสงครามกับออสเตรีย ตลอดจนฝรั่งเศส ก็เพื่อใช้ร่วมชาติเยอรมันในช่วง คศ ที่ 18-19

จีนเองก็ใช้ไต้หวันเป็นเครื่องมือทางการเมืองบ่อยๆ อยู่ๆก็ซ้อมรบ ภายในของจีนก็จะมาร่วมต้านแล้วบอกว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน พอมีเรื่องเกาะที่แย่งกับญี่ปุ่นขึ้นมา จีนกับไต้หวันก็รักกันขึ้นมาเลยค่ะ แอร้ยยย เจ๊ปวดหัว ก็อย่างว่านะคะ คนไต้หวันก็คือคนจีน พรรคก๊กมินตั๋งที่อยู่ไต้หวันก็เคยปกครองจีนหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองแต่มาแพ้เหมาเจ๋อตุงจนต้องหนีไปไต้หวันล่ะค่ะ

กลับมามองที่ไทยแลนด์แดนของนู๋ คนไทยก็ใช้วิธีการสร้างศัตรูร่วมรวมชาติเช่นกัน ลองอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ซิค่ะ เราจะมีพม่าเป็นผู้ร้าย เขมรเป็นผู้น่าตีและ ลาวที่เป็นลูกไล่ แต่ความเป็นจริงแล้วเป็นงั้นเปล่าก็ไม่รู้นะคะ ลองไปถามคนประเทศนั้นๆเขาก็อาจจะใช้เราเป็นศัตรูร่วมเช่นกันค่ะ

เม้าท์มอยแค่นี้ก่อน

2 Comments

Filed under Uncategorized

บริษัทโตได้ด้วยการขยาย Chain

เท่าที่เดี้ยนดูนะค่ะ บริษัทใหญ่ๆที่ติดอันดับ Top ประเทศ Top ภูมิภาค Top โลก มันต้องเป็นบริษัทที่มีการแตก chain ของกลุ่มธุรกิจตัวเองเพื่อออก Product อย่างต่อเนื่องและ Support กันเสมอ

หล่อนลองดูซิค่ะ CP เริ่มต้นจากอาหารสัตว์ ตอนหลังก็มาทำฟาร์ม ขายเนื้อ ขายไก่ แล้วสุดท้ายก็ขายของกินเต็มไปหมด ใครจะไปคิดละค่ะว่าจากการทำอาหารสัตว์จะมาเปิด 7-11 ให้หล่อนกินเกี้ยวซ่าได้ล่ะค่ะหญิง ไม่เลิศทำไม่ได้

ที่เห็นชัดๆอีกก็ ปตท ปูน ไรพวกนี้นะค่ะ นอกจากขุดเจาะน้ำมันแล้ว ยังกลั่นให้รถพวกหล่อนมาเติมเพื่อให้รถติดบนท้องถนน แล้วก็เอาสารที่กลั่นอื่นๆในปิโตเคมีไปทำพลาสติกอะไรพวกนี้อีก ส่วนปูนนะคะ ทำแม่มหมดเลยกระบ๊งกระเบื้อง ทำหมด ทำจนมาเป็นคนสร้างบ้านประหยัดพลังงานได้ล่ะเธอ ต่อไปจะสร้างแข่งกับบ้าน คอนโดไหมค่ะ เดี้ยนก็หาทราบไม่

มีอะไรอีกนะคะ? อิพวกทำอสังหาที่ดิน บางทีมันก็ไม่มีอะไรทำมั้งค่ะรวย ก็เลยปลฺกคอนโด ออฟฟิศให้คนเช่า พักชั่วคราวก็มานอนโรงแรงของมันได้ พอโรงแรมมีก็เปิดร้านอาหาร ก็ขยายกระจายไปตามห้าง อาหาร ไอติม เบเกอร์รี่ เหล้า พอมีทรัพย์สินเยอะๆก็สร้างบริษัทประกันมาดูแล โอ้ย รวยค่ะ รวยยยยย

พวกเธอว์เห็นความสำเร็จจากการขยาย chain ไหมค่ะ? มันอเมซิ่ง จิงกะเบล มากๆ บริษัทจะโตเกิดจากการคิดพัฒนาใหม่ๆ ไม่ใช่การเกรงกำไรค่าเงิน สัญญา หรอกค่ะ แอร้ยยย สวย

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ความเห็นเดี้ยนกรณีญี่ปุ่นกับจีนแย่งเกาะเตี้ยวอี๋ว์

เขียนวันที่ 18 กันยา 2555 นะคะ กลัวอนาคตลูกหลานมาเปิดเจอแล้วเห็นมันล้าสมัยก็บันทึกวันที่ไว้ค่ะ

อ่านข่าวจีนกับญี่ปุ่นเดี้ยนว่ามันตล๊กตลก ญี่ปุ่นซื้อเกาะจากเอกชนรายหนึ่งก็เลยถือครองไป รายหนึ่งนี่ใครค่ะ? จีนถามคำถามนี้กับข้ออ้างขำๆที่ออกมาผ่านสื่อ จนเกิดความไม่พอใจในหมู่ประชาชน ทำลายโน้นนี่และจะมีการตอบโต้ทางเศรษฐกิจ เดี้ยนก็พึ่งรู้ว่า Portfolio ของญี่ปุ่นมีเกาะด้วยนะค่ะ แย่งกันจัง

ที่นี้ค่ะ เหตุการณ์จะเป็นยังไงต่อต้องมาดูกัน หากเป็นระยะสั้นก็คงชิวๆ ขำๆ คุยกันได้ในระดับสูงแล้วออกสื่อแก้ปัญหาให้คนพอใจก็จบ แต่ถ้าระยะยาวมีการต่อสู้กันทางเศรษฐกิจแล้ว ผลเสียจะตกอยู่กับทั้ง 2 ฝ่าย แต่เดี้ยนให้น้ำหนักความเสียหายที่ญี่ปุ่นเยอะกว่านะคะ

จีนมีแรงงาน ญี่ปุ่นเทคโนโลยี การลงทุนของญี่ปุ่นในจีนทำให้ระดับการพัฒนาสูงขึ้น แต่ถ้าจีนไล่ญี่ปุ่นออกไป เขาก็ยังสามารถพัฒนาของเขาเพื่อผลิตสินค้าป้อนตลาดโลก นักก๊อบก็เงี้ยยย แต่อาจจะต้องใช้เวลาพัฒนามากขึ้นกว่าเดิมนะคะ ส่วนญี่ปุ่นถ้าต้องออกจากจีนเนี่ยก็ถดถอยแน่ค่ะ เพราะต้องไปหาฐานใหม่ กลับบ้านตัวเองยิ่งยากเลย แถวๆเมืองไทยก็คงได้ประโยชน์อ้าแขนรับกลับค่ะ ถึงแม้ราคาต้นทุนแถวๆนี้อาจจะสูงกว่า แต่คุณภาพและพื้นฐานเลิศค่ะ ก็ต้องมาดูอีกทีนะคะว่าการรับญี่ปุ่นจะมีข้อโต้แย้งจากจีนไหม ก็ต้องทำสมดุลความเข้าใจ

ตอนนี้คงอยู่ที่รัฐบาลจีนละคะ จะเอาเกาะ หรือจะเอาผลประโยชน์ที่ญี่ปุ่นพึ่งจะมีให้ ญี่ปุ่นทางเลือกไม่มากนักรอคำตอบและการลงมือเท่านั้น เดี้ยนว่าถ้าเหตุการณ์บานปลาย เกิดการย้ายฐาน เราจะต้องเล่นตัวเยอะๆนะคะ คนญี่ปุ่นชอบเมืองไทย เพราะมีทุกอย่างที่ญี่ปุ่นต้องการ คนก็น่ารัก เจ๊ก็น่ารักค่ะ แม้น้ำจะท่วมก็เหอะ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น พวกญี่ปุ่นที่เจ๊สัมผัสมาคือขี้เอาเปรียบค่ะแต่ไม่โกง โดนไล่จากที่นึงก็ยังกร่างจากทีนึงได้ ต้องตบจิกเยอะๆให้เราได้ประโยชน์นะค่ะ ไม่งั้นก็ไล่มันไปแอฟริกาซะ 555

สรุป งานนี้เจ๊ไม่เชียร์ใคร เชียร์เมืองไทยได้ประโยชน์คร้าาา

Leave a comment

Filed under Uncategorized

การเมืองเกาหลีสมัยพระเจ้าโกจง

มี Children ของเจ๊อยากให้เจ๊แชร์เรื่องนี้ เกี่ยวกับพระเจ้าโกจง เวลาพูดถึงกษัตริย์เกาหลีไม่ค่อยมีใครรู้จักชิมิค่ะ รู้จักอย่างมากก็พระเจ้าเซจงมหาราชที่ประดิษฐ์อักษรเกาหลี คนอื่นไม่รู้จักมั้งค่ะ รู้อีกทีก็คงราชวงศ์ซอนโยชิแด พระเจ้าลีมินโฮแห่ง F4 ก็ไม่ปาน

พระเจ้าโกจงเป็นกษัตริย์ปลายโชซอน ตรงกับช่วงเดียวกับสมัย ร.4-5 บ้านเรา ยุคเปลี่ยนถ่ายระหว่างยุคเอโดะเป็นเมจิในญี่ปุ่น ยุคท้ายของราชวงศ์ชิงในจีน และก็ตรงกับสมัยควีนวิคตอเรียของอังกฤษ ปลายโรมานอฟของรัสเซีย อุ้ยยย ถ้าแตกตำนานแต่ละที่อีกเดี้ยนคงเขียนหนังสือได้อีกหลายเล่มเลยนะคะ แต่ว่านะค่ะ ยุคนั้นเป็นยุคที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างสูงมากๆในทุกๆด้านซึ่งมีผลพวงจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม ที่เริ่มจาก อังกฤษ ฝรั่งเศส

สมดุลของเอเชียเดิม ทุกประเทศจะค่อยข้างอิงจีนค่ะ จีนเป็นตัวแม่ของเอเชียมาทุกสมัย ต้องส่งเครื่องราชบรรณาการเข้าไปเนื่องๆ ยิ่งเกาหลีซึ่งเป็นประเทศที่เชื่อในลัทธิเต๋า เป็นน้องต้องเชื่อฟังพี่ จีนว่าไง เกาหลียูโนว์โอเค๊ย์ตามค่ะ ที่นี้พอฝรั่งมันเริ่มมาหาอาณานิคมแถวนี้ อีฝรั่งทั้งหลานทำสงครามยิงจีนตายก่อนเพื่อนเลยค่ะ ญี่ปุ่นปิดประเทศทันทีรับแค่ฮอลันดาที่นางาซากิ แต่สยามบ้านเราเปิดประตูรับทุกชาติคร๊าาา

ทีนี้ช่วงนั้นเกาหลีเองก็สั่นซิค่ะ การเมืองภายในตอนนั้นก็มีการแย่งชิงอำนาจกันตลอด ตั้งแต่ก่อนนั้น กษัตริย์ก่อนหน้าไม่มีทายาท อำนาจตกอยู่กับตระกูลญาติผัวๆเมียๆของกษัตริย์องค์ก่อน พ่อของพระเจ้าโกจงก็เป็นราชนิกูลจนๆ ขอกินขอทานตามบ้านขุนนาง สต่ตอนหลังยึดอำนาจได้ ก็เลยมาเอาตังโกจงครองราชล่ะค่ะ ส่วนพ่อก็เป็นองค์ชายแทวอนฮึงซอน

พอมาถึงตอนนี้นะคะ ญี่ปุ่นที่ปิดตัวเอง ก็อฏิวัหิอุตสาหกรรมสำเร็จ อยากมีอาณานิคมบาง มองรอบๆ เกาหลีนี่ค่ะใกล้สุด มีทรัพยากร เหล็ก บลา บลา มาทำอุตสาหกรรมได้ดี ก็เริ่มแผ่อิทธิพลเข้าไปในเกาหลี ญี่ปุ่นไม่ได้เข้ามาประเทศเดียวค่ะ อีกด้านก็มีรัสเซียมาด้วย แต่ในขณะเดียวกัน ราชสำนักเกาหลีดันไม่ได้สมามัคคีค่ะ มีการตบกันระหว่างราชินีมินจายองกับองค์ชายแทวอน (พ่อผัวตบกับลูกสะใภ้นะคะ) เกี่ยวกับการบริหารบ้านเมือง องค์ชายแทวอนจนมาก่อนก็เลยฟุ้งเฟ้อเสพโน้นนี่ ส่วนราชินีก็ดันเก่งเกินค่ะชอบศึกษาการเมืองเพื่อจะต่อรองกับชาติอื่นๆ พยายามจะปฏิรูปเกาหลี มีการส่งฑูตส่งอะไรไปญี่ปุ่นเพื่อดูวิทยาการ ตอนนั้นมีคนเสนอให้เข้ากับญี่ปุ่น ตอนนั้นญี่ปุ่นก็ร้าย รัสเซียก็น่ากลัว

แต่องค์ชายแทวอนกระโดดเข้ากับญี่ปุ่นแล้วร่วมกันบุกวังฆ่าราชินีมินจายองเลยค่ะ พระเจ้าโกจงก็เลยหนีไปอยู่สถาฑูตรัสเซีย อีรัสเซียก็ดันเต็มที่ค่ะจนตอนหลังทำสงครามกับญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสงครามที่ฝรั่งตกใจมากว่า “ทำไมกูแพ้เอเชียได้ว่ะ” รัสเซียก็ตกขอบไปในที่สุดแล้วญี่ปุ่นก็ครอบงำเกาหลีได้สมบูรณ์แบบ ภายใต้โมเดลเดียวกับที่ตั้งปูยีแห่งแมนจูกัวให้เป็นกษัตริย์ที่ไม่มีอำนาจ ต้องเป็น Puppet State ญี่ปุ่นในที่สุด ตอนหลังญี่ปุ่นก็เลยเอาราชวงศ์เกาหลีไปไว้ที่ญี่ปุ่นซะเลย จบ! ตอนนี้โชซอนยังมีทายาทอยู่ที่ญี่ปุ่นนะคะ จุฟๆ

จบค่ะ

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ทำไม QE แล้วหุ้นขึ้นค่ะ?

เจ๊โดนถามทั้งวันค่ะ จนตอนที่เขียนนี้ตี 1 กว่าก็ยังไม่ได้นอน มีคนถาม QE3 บ้าง เรื่องทำไงดีผัวไม่รักบ้าง เรื่องอีกสารพัดค่ะ เจ๊ว่าเจ๊จะเก็บค่าที่ปรึกษาล่ะ โดยเฉพาะเรื่องผัวๆเมียๆจะชาร์จแพงๆเพราะถือว่าวางจัด หาเรื่องทะเลาะกันอยู่ได้ แอร้ยยย

เอาล่ะค่ะ QE3 แล้วทำไมหุ้นขึ้นค่ะ?

พวกหล่อนก็ทราบดี QE คือการพิมพ์เงินเข้ามาในระบบล่ะค่ะ แต่ชื่อจริงสวยๆที่เอาไว้ตอแหลเรียกว่ามาตราการผ่อนคลายเชิงปริมาณ เดิมทีเวลาเขาจะกระตุ้นเศรษฐกิจ พวกธนาคารเขาจะใช้การลดดอกเบี้ย ลดแล้วเป็นไงค่ะ
1. คนรู้ว่าฝากไปได้น้อย เอามาลงทุนดีกว่า
2. คนรู้ว่ากู้มาทำธุรกิจดอกเบี้ยถูก กู้ดีกว่า

แต่ความจริงมันไม่เหมือนการ์ตูนเซเลอร์มูนซิค่ะ ปล่อยพลังแล้วปีศาจตายซะเมื่อไหร่ คราวก่อนๆลดดอกเบี้ยแล้วเป็นไงค่ะ ก็ไม่กล้าปล่อยใน real sector กันเท่าไหร่ กลายเป็นเอามาเก็งกำไรและให้โบนัสนายแบงค์ จนคนออกมาตราหน้าด่า ฉอดๆ จนตายไปข้างอย่างที่ผ่านมา พอมันลดดอกเบี้ยจนติดดินแล้ว อิอเมริกามันก็สรรหาวิธีใหม่คือการพิมพ์เงินเพิ่มสภาพคล่อง (อย่างกะกินยาถ่ายอุจาระเลยนะค่ะ) ก็กลายมาเป็น QE นะคะ เขาก็ว่ากันว่าฉีดแล้วมันจะดี แต่เดี้ยนว่าเดี๋ยวผลมันก็เหมือนเดิมค่ะจากที่ผ่านมา 555

ค่ะ ผลที่ตามมาเป็นยังไงค่ะ? พวกหล่อนจินตนาการนนะค่ะหากพื้นฐานประเทศเท่าเดิมแล้วอัดฉีดเงินเข้ามา มันก็เกิดการล้นของเงินไงค่ะ เปรียบเปรยได้ว่า หากโลกนี้มี ผู้ชาย 100 คน กะเทย 100 เขาก็จับคู่กันได้ 1:1 ชิมิค่ะ แต่ถ้าผู้ชายเพิ่มมาเป็น 200 อีกะเทยก็เปรี้ยวขึ้น กลายเป็น 2:1 ผู้ชาย 2 แย่งกะเทย 1 แลดูเป็นกะเทยแวลู่แอดเด๊ดในทันทีเลย ของต่างๆก็เหมือนกันค่ะ ถ้าดอลล่าเพิ่มเข้ามา ของทั้งหลายที่มีเท่าเดิมจะถูกเพิ่มมูลค่าทันที

มันก็เหมือนกับการไดลูทของค่าเงินล่ะค่ะ ใครถือดอลล่าห์ก็ซวยไปนะค่ะ ยิ่งคนอเมริกันยิ่งซวยกันไปใหญ่เลยค่ะ สวนคนที่มีดอลล่าห์เป็นทุนสำรองเราก็หาทางออกกันโดยการซื้อเพิ่มเข้าไปให้มันแลดูทรัพย์สินขึ้นแวลู่จะได้เท่าเดิม ไม่ก็ซื้อทองนะค่ะ จีนเนี่ย ทั้งซื้อทั้งขุดเลย ส่วนไทยนี่ก็ผสมๆหนักไปทางทอง

ทองขึ้น ทรัพย์สินขึ้น โภคภัณฑ์ แน่นอนค่ะ ราคาหุ้นก็ต้องขึ้น ยิ่ง USD อิงกับอะไรมากเท่าไหร่อีสิ่งนั้นยิ่งต้องปรับราคา ทุกอย่างจะแพงหมดเลย สิ่งเดียวที่จะไม่ดีคือการส่งออกจะน้อยลงเพราะอีค่าเงินมันเปลี่ยนให้ต้นทุนการส่งออกแพงขึ้น ซึ่งมันอาจจะซวยซ้ำซ้อนถ้าซื้อขายทำสัญญาล่วงหน้ากันก่อนหน้า เจ็บสุดค่ะ ก็บริหารความเสี่ยงกันไปนะคะ จุฟๆ

Leave a comment

Filed under Uncategorized